ความสุขมาเร็วก็ไปเร็ว ความทุกข์มาเร็วก็ไปเร็วเหมือนกัน แต่เราก็ไขว่คว้าหาความสุขที่มาแป๊ปเดียวตลอดชีวิต…ใจกลางๆ ไม่สุข ไม่ทุกข์ เราดันไม่รุจัก ชีวิตเราน่าจะอยู่กับใจกลางๆ มากทีุ่สุด ถ้าเรารุจักมันพอใจกับมัน เราก็พอใจกับช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดของชีวิตเรา

เวลามีความสุข (Positive) มากๆ ซํกพักนึง ความทุกข์ (Negative) ก็มาเพราะคิดว่าไอความสุขมากๆ แบบที่เราได้ทำไมมันหายไป ก็เลยกลายเป็นทุกข์มากๆ ซะอย่างงั้น เหมือนกราฟคลื่นอ่ะ จริงๆ มันก็เป็นสัจจธรรม (Truth) มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ละก็ดับไป เป็นเช่นนั้นเอง

อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข, ความประสบกับสิ่งไม่เป็นที่รักที่พอใจ ก็เป็นทุกข์
ปิเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข, ความพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รักที่พอใจ ก็เป็นทุกข์
ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง, มีความปรารถนาสิ่งใด ไม่ได้สิ่งนั้น นั่นก็เป็นทุก

เดิม เคยคิดว่า นรก สวรรค์ เป็นสิ่งที่ไกลตัวมากๆ ต้องตายก่อน ถึงจะไปนรก ไปสวรรค์ได้ ซึ่งเราเองก็พิสูจน์ไม่ได้ว่ามีชาติหน้าจริงรึเปล่า ทำไม่ดีแล้วตายไปต้องตกนรก จริงรึเปล่า ทำดีแล้วขึ้นสวรรค์เหรอ ศาสนาพุทธ สอนให้ใช้เหตุและผล และพิจารณาด้วยตัวเอง อย่าเชื่อใครแม้กระทั่งพระพุทธเจ้าโดยไม่พิสูจน์ด้วยตนเอง ถ้าพิสูจน์แล้วเป็นเหตุเป็นผลจริงจึงค่อยเชื่อที่เค้าเรียกสั้นๆว่า ใช้ “ปัญญา” ในศาสนาพุทธนั้นคำสอนที่มีคำว่า “ศรัทธา” จะมีคำว่า “ปัญญา” ปิดท้ายเสมอ (อันนี้ฟังเค้ามาอีกที เท่าที่ผ่านมา ก็เห็นจะจริง เลยยังไม่มีการโต้แย้ง)
กลับมาเรื่องนรก สวรรค์ต่อ ถ้าใครเคยอ่านหรือเคยปฏิบัติธรรมมามั่งก็จะพอรู้ว่า จิต มันเกืด ดับตลอดเวลา ในเวลาเสี้ยววินาที เพราะฉะนั้น เวลาเราทำบุญ ทำกุศลแล้ว ใจเราขณะนั้นมันก็มีความสุข เบิกบาน ความสุขนั้นก็เปรียบเหมือนสวรรค์นั่นแหละ มันก็ปลาบปลื้มซักระยะนึงแล้วก็หายไป ส่วนเวลาเราทำชั่ว ใจเราก็รู้สึกผิด มันก็ทุกข์ พอมันทุกข์ ก็เหมือนตกนรกนั่นแหละ ยิ่งถ้าใครทำบาปหนัก ก็ยิ่งทุกข์หนัก ก็เหมือนตกนรกไปหลายขณะจิตแล้ว เผลออาจเป็นวันๆ เป็นเดือนๆ เช่นไปโกงกินเค้า ไปหลอกเค้า เราก็ไม่สบายใจ เพราะฉะนั้นวันๆนึง เราก็ขึ้นสวรรค์ ตกนรกได้วันละ หลายๆ ครั้ง เคยได้ยินที่เค้าพูดกันว่า “สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ” นี่ท่าจะจริงนะ มันก็เกิดจากข้างในจิตใจเราเนี่ยแหละ

สวรรค์ จริงๆ ในพุทธศาสนาไม่ให้ไปยึดติดไว้นะ มันเป็นกามารมณ์ หรือ ที่เรียกว่า ติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส
นรก ก็เป็นความอยากได้ อยากมี อยากเป็น ความโมโห ความเดือดร้อนใจ นั่นแหละ
เพราะฉะนั้นอย่าไปยึดติดกับมันเป็นดีที่สุด แต่สำหรับหลักศีลธรรม หรือธรรมะสำหรับปุถุชนอย่างเราๆ การให้ยึดเอาว่าทำดีไปสวรรค์ ก็น่าจะดีกว่าเพื่อส่งเสริมให้คนทำแต่ความดี สังคมจะได้อยู่กันได้อย่างสงบเนอะ !?

คลังเก็บ

Hi there! On this blog u can read about my experience as a monk in Buddhist in Thailand. Right now it's in Thai, but i'll try my best to write in English.

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.